เชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ยินกับปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ดวงจันทร์สีเลือด กันมาบ้าง หากทำความเข้าใจแบบพื้นฐานเลยก็คือสีของดวงจันทร์ซึ่งปกติเป็นสีเหลืองนวลสวย ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงฉาน ดูแล้วน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก คนไทยสมัยโบราณอาจเชื่อว่ามันคือลางร้ายหรือโชคไม่ดีทว่าจริง ๆ มันนับเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอย่างหนึ่งที่วิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ได้ ดังนั้นเวลาใครพบเจอกับดวงจันทร์สีเลือดก็ไม่ต้องตกใจหรือคิดว่าเป็นลางร้ายใด ๆ ทั้งสิ้น

การเกิด ดวงจันทร์สีเลือด

ดวงจันทร์สีเลือด หรือ จันทรุปราคา บางคนก็เรียกว่า จันทรคราส คือปรากฏการณ์ในด้านดาราศาสตร์อันเกิดจากดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ได้โคจรเข้ามาอยู่จุดระนาบเดียวกัน ส่วนโลกของเราจะอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันท ร์แล้วดวงจันทร์เองจะเกิดการโคจรเข้าไปอยู่ในเงาโลก โดยเงาโลกดังกล่าวจะมีทั้งแบบมืดสนิท เพราะโลกบังดวงอาทิตย์เต็มใบกับเงามัวคือไม่ได้มีการมืดสนิทเพราะโลกยังดวงอาทิตย์ไว้แค่บางส่วน เมื่อการเกิดเงาต่างกันจึงทำให้เกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาหลายรูปแบบโดยแบ่งออกได้ 3 ประเภทหลัก ๆ คือ

  1. แบบเต็มดวง – ดวงจันทร์ทั้งดวงค่อย ๆ เคลื่อนหลบไปภายในเงามืดของโลกเรื่อย ๆ จนท้ายที่สุดดวงจันทร์ก็เคลื่อนไปอยู่ในเงามืดนั้นทั้งดวงเป็นช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งในช่วงที่เกิดจันทรุปราคาแบบเต็มดวงส่งผลให้เรามองเห็นพระจันทร์สีเลือดด้วยเช่นกัน
  2. แบบบางส่วน – เกิดขึ้นตอนดวงจันทร์ค่อย ๆ เคลื่อนตัวผ่านเงามืดของโลกทำให้เรามองเห็นว่าดวงจันทร์จะแหว่งไป
  3. แบบเงามัว – ดวงจันทร์จะมีการโคจรเข้าไปตรงที่เป็นเงามัวของโลก ไม่มีการผ่านส่วนที่เป็นเงามืด ส่งผลให้คนบนโลกเองยังคงสามารถเห็นพระจันทร์เต็มดวงทว่าไม่สว่างเหมือนปกติ การเกิดแบบนี้จะสังเกตยากที่สุด

แล้วเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมดวงจันทร์ถึงเปลี่ยนจากสีเหลืองนวลกลายเป็นสีม่วง คำตอบคือ เมื่อวันที่เกิดจันทรุปราคาจนเราเห็นสีแดง ไม่ก็สีส้มอิฐเพราะว่าเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนมาจนเข้าถึงเงามืดของโลกแบบเต็มดวงนั่นหมายถึง ดวงอาทิตย์, โลก และดวงจันทร์ได้เคลื่อนมาอยู่ในระนาบเดียวกัน สีสีแดงจ้าจากดวงอาทิตย์จะเกิดการหักเหผ่านบรรยากาศของโลกแล้วเข้ากระทบกับดวงจันทร์ สีของดวงจันทร์ที่เราเห็นจึงกลายเป็นสีเลือดนั่นเอง พอดวงจันทร์โคจรผ่านเงามืดของโลกออกไปเป็นการผ่านเงามัวของโลก ส่งผลให้การมองเห็นดวงจันทร์ก็ยังเต็มดวงแต่สว่างลดลงจนสังเกตได้ยากมาก ๆ เป็นอีกปรากฏการณ์ดี ๆ ที่ไม่ได้เห็นกันบ่อย ๆ นัก