การดูดาวถือว่าเป็นกิจกรรมที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เหตุเพราะเป็นเรื่องที่ยังไม่สามารถมีใครพิสูจน์ได้จริงว่าสิ่งที่เห็นบนท้องฟ้ามันคืออะไรกันแน่ ทั้งหมดที่เคยได้ยินก็คือคำสันนิษฐานที่ยังคงต้องรอการพิสูจน์ความจริงกันต่อไป นอกจากนี้กลุ่มดวงดาวที่เห็นอยู่บนท้องฟ้าก็มีความสวยงามมากๆ ทำให้ทุกครั้งหากมีโอกาสได้ส่องกล้องมองขึ้นไปมันก็ยิ่งทำให้เห็นความสวยงามของดาวเหล่านี้มากขึ้นไปอีก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องเกิดหอดูดาวขึ้นมามากมายทั่วโลก โดยประเทศไทยเองก็มีหอดูดาวแห่งชาติด้วยเหมือนกัน

ทำความรู้จักกับหอดูดาวแห่งชาติของประเทศไทย

หอดูดาวแห่งชาติ จริงๆ แล้วมีชื่อเต็มว่า หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ 7 รอบ พระชนมพรรษา ถือว่าเป็นหอดูดาวแห่งชาติของประเทศไทย สถานที่ตั้งอยู่ที่บริเวณสถานทีทวนสัญญาณทีโอที ยอดดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จ. เชียงใหม่ ระดับความสูงของหอดูดาวแห่งนี้อยู่ที่ 2,478.50 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ความพิเศษของหอดูดาวแห่งนี้ก็คือสามารถที่จะสังเกตท้องฟ้าได้ทั้งจากซีกโลกใต้และซีกโลกเหนือเหตุเพราะว่าตั้งอยู่ใกล้ๆ กับบริเวณเส้นจุดศูนย์สูตร เริ่มการก่อสร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2553 ก่อนที่จะสร้างอย่างสมบูรณ์แบบในปี พ.ศ. 2555 เริ่มต้นเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556 โดยทุกวันนี้หอดูดาวแห่งชาติอยู่ในความรับผิดชอบดูแลของ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เป็นหอดูดาวที่ใช้ระบบของกล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง ใช้กระจกรวมแสงที่มีระยะเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ 2.4 เมตร ถือได้ว่าเป็นหอดูดาวที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยก็ว่าได้ ลักษณะของตัวกล้องจะเป็นการติดตั้งอยู่บนโดมที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ 9 เมตร สามารถทำการหมุนได้รอบแบบ 360 องศา มีช่องเปิดปิดหรือที่เรียกกันว่าช่องชัตเตอร์ขนาดกว้าง 3 เมตร ถือว่าเป็นหอดูดาวที่มีความทันสมัยมากๆ ของประเทศไทยในเวลานี้

แน่นอนว่ากับการที่มีหอดูดาวในลักษณะอันทันสมัยแบบนี้ช่วยให้เรื่องของการศึกษารวมถึงการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับดาราศาสตร์ของประเทศไทยได้รับการพัฒนามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้รับการยอมรับในระดับโลกมากขึ้น แม้ว่าหากมองกันในภาพรวมจะมีนักวิจัยคนไทยที่ศึกษาค้นคว้าเรื่องนี้แบบจริงจังแค่ 6-7 คน แต่ด้วยศักยภาพของทุกๆ คนทำให้แต่ละคนมีผลงานทางวิชาการสูงถึงปีละ 3 เรื่อง ที่สำคัญจากการที่ประเทศไทยได้สร้างหอดูดาวแห่งชาตินี้ขึ้นมาทำให้ สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล หรือ IAU มีมติตกลงให้ประเทศไทยเป็นประเทศศูนย์ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทางด้านดาราศาสตร์ด้วย